วันที่ 26 พ.ค. พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยความคืบหน้าคดี น.ส.นิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก ที่ต้องสงสัยวางยาลูก 2 คน เพื่อหลอกรับเงินบริจาค โดยระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีรับโอนเงินทั้ง 5 บัญชี ที่เบื้องต้นพบว่า ระหว่างปี 2561-2563 หรือตั้งแต่เปิดบัญชีมา มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นยอดเงินที่มาจากการรับบริจาครักษาอาการป่วยของ ด.ญ.วัย 4 ขวบ และ ด.ช. วัย 2 ขวบ กับเงินขายสินค้าต่างๆ

แต่ขณะที่ตำรวจอายัดบัญชี กลับมียอดคงเหลืออยู่ภายในบัญชีเพียง หลักร้อยบาท เท่านั้น จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่บัญชีใครบ้าง ส่วนพฤติกรรมติดการพนัน จากการตรวจสอบและซักถาม ไม่พบพฤติกรรมดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าถูกจับกุมคดีฉ้อโกงทรัพย์ตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 2-3 คดีแล้ว
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า แม่ปุ๊ก เคยเข้ารับการรักษาปัญหาสุขภาพจิต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมานั้น ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แต่จากการสอบปากคำที่ผ่านมา ผู้ต้องหาก็ยังให้การเหมือนคนปกติ มีสติสัมปชัญญะดี ไม่พบอาการคล้ายการป่วยทางจิตใดๆ เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อรูปคดี
ขณะที่ผลการตรวจสารเคมีต้องสงสัย และผลตรวจดีเอ็นเอ ว่า ด.ช. วัย 2 ขวบ เป็นลูกของ แม่ปุ๊ก จริงหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งผลการตรวจดังกล่าว เพื่อนำมาประกอบสำนวนเช่นกัน และในทางคดีตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลอื่นนอกจาก แม่ปุ๊ก แต่อย่างใด

ล่าสุด มีรายงานจากแหล่งข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอในห้องปฏิบัติการ ยืนยันอัตลักษณ์บุคคล ระหว่างนางสาวนิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก กับ ด.ช. วัย 2 ขวบ เป็นแม่ลูกแท้ๆ โดยสายเลือด
ส่วนผลตรวจสารเคมีที่พบในร่างกายของ ด.ช. วัย 2 ขวบ อยู่ระหว่างการตรวจแยกสารอย่างละเอียด คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ผลพิสูจน์จะออก.


No comments:
Post a Comment